เมนู

MSCs หรือ Mesenchymal stem cells

MSCs คืออะไร? ทำไมถึงได้ชื่อว่า 'น้ำพุแห่งความอ่อนเยาว์'

MSCs Mesenchymal stem cells คือเซลล์ต้นกำเนิดชนิดเซนไคมอลสเต็มเซลล์ หรือ เซลล์ต้นกำเนิดชนิด MSCs ทำหน้าที่แทนเซลล์ต่างๆ ในร่างกายที่เสื่อมสภาพหรือแก่ชราลง โดยช่วยในการซ่อมแซมหรือฟื้นฟูสภาพของเซลล์นั้นๆ ให้กลับมาทำงานเป็นปกติ

แล้วเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ (Stem Cells) คืออะไรล่ะ? เจ้าเซลล์ที่กล่าวมาข้างต้นเหล่านี้ ล้วนมีอยู่ในร่างกายของเราตามธรรมชาติ จะทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำงานแทนกันและกันได้ อีกทั้งยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ยกตัวอย่างเช่น เซลล์สมองจะไม่สามารถทำหน้าที่เป็นเซลล์ผิวหนังได้ รวมถึงไม่สามารถพัฒนาหรือแบ่งตัวได้ และเมื่อเวลาผ่านไป หรือเมื่อเราแก่ชราลง เจ้าเซลล์เหล่านี้ก็จะเสื่อมสภาพหรือลดจำนวนลงตามธรรมชาตินั่นเอง อ้างอิงจาก ศาสตราจารย์ นพ.พอล นีฮาน (Dr.Paul Niehans) ศัลยแพทย์ชาวสวิส ได้ค้นพบว่า “เซลล์ที่เหมือนกันจะเดินทางไปรักษา ไปซ่อมเซลล์ที่อยู่ในอวัยวะเดียวกัน เช่น เซลล์ของตับก็จะเดินทางไปรักษาตับ เซลล์ของหัวใจก็จะเดินทางไปรักษาหัวใจ” หรือสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ความเป็นมาของสเต็มเซลล์

MSCs Cell Therapy เทคโนโลการฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์ เจ้าของฉายา ‘น้ำพุแห่งความอ่อนเยาว’

          เมื่อคนเราเริ่มมีอายุที่มากขึ้น ก็ต้องเผชิญทั้งความเครียด มลภาวะ สารเคมีต่างๆที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน เริ่มตั้งแต่ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ตลอดจนเครื่องสำอางมากมาย ซ้ำร้ายกว่านั้น เวลาในการพักผ่อน ดูแลตัวเองของเราก็อาจจะน้อยลง อีกทั้งความเสื่อมชราของร่างกายก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมส่งผลให้สุขภาพผิวพรรณของเราแย่ลงไปอีก จนบางครั้งอาจจะเคยมีความคิดว่า ถ้าหากเราสามารถลดอายุผิวของเราได้ซัก 5-10 ปี ก็คงจะดีไม่น้อย วันนี้แอดมินมีเรื่องราวของ MSCs Cell Therapy  ตัวช่วยย้อนวัยผิวที่หลายๆคนนิยมใช้กันมาฝาก

MSCs หรือ Mesenchymal stem cells มีเซนไคมอลสเต็มเซลล์ หรือ เซลล์ต้นกำเนิดชนิด MSCs

MSCs เซลล์ต้นกำเนิด มีลักษณะ 3 อย่างคือ

1. สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนแบบทวีคุณเพื่อทดแทนเซลล์เดิมที่หมดสภาพ ซ่อมแซมเซลล์เก่า

2. การแบ่งตัวจะต้องยังรักษาคุณสมบัติเดิมได้ไม่กลายพันธุ์

3. เป็นเซลล์ที่ยังไม่มีหน้าที่เฉพาะจึงสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์อื่นได้ โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการอักเสบ บาดเจ็บ

แหล่งที่มาของ MSCs มีหลายที่ เช่น

1. เนื้อเยื่อสายสะดือ

2. เลือดจากสายสะดือ

3. ไขกระดูก

4. เนื้อเยื่อไขมัน

5. ฟัน

โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเซลล์ต้นกำเนิดได้จาก WHERE THE STEM CELLS COME FROM?

          ปัจจุบันที่นิยมใช้กันมากก็คือ เนื้อเยื่อสายสะดือ เนื่องจากไม่ต้องมีการบาดเจ็บในการเก็บเนื้อเยื่อ มีการคัดกรองสุขภาพสายสะดือของผู้ให้ได้ เซลล์ที่ได้ก็มีคุณภาพสูง ต่างจากบางแหล่งที่อาจจะมีการจัดเก็บที่ยากลำบาก เช่นไขสันหลัง หรือบางแหล่งก็อาจจะได้เซลล์ที่แก่ ไม่มีคุณภาพ มีการปนเปื้อนได้ง่าย

เมื่อได้เซลล์มาแล้วก็จะนำมาเพาะเลี้ยงในห้องแลปที่ได้มาตราฐาน โดยประเภทของเซลล์ MSCs มี 2 ชนิด

1. เพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่มีส่วนประกอบของ Fetal Bovine Serum (FBS)

2. เพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเซลล์ที่ไม่มีส่วนประกอบของFBS หรือเรียกว่า Xeno-Free

    มาตราฐานของเซลล์ต้นกำเนิดชนิด MSCs ที่มีคุณภาพ 

1. Safety – มีความปลอดภัยตั้งแต่การคัดเลือกผู้ให้ที่มีสุขภาพดีเนื้อเยื่อจะต้องไม่มีการติดเชื้อ เช่น เชื้อราแบคทีเรีย

2. Stability – ความคงตัวของโครโมโซมจะต้องไม่มีความผิดปกติ

3. Purity – เซลล์จะต้องมีความบริสุทธิ์ไม่มีสารพิษแม้กระทั่งด้านนอกของผนังเซลล์ เซลล์คุณภาพมีชีวิตรอดสูง

4. Identity – เซลล์จะต้องมีโครงสร้างรูปร่างที่ดี 

5. Potency – เซลล์จะต้องมีการแบ่งตัวได้มาตราฐาน

อ้างอิงจากมาตรฐานเซลล์ต้นกำเนิดจาก LBMRU

MSCs กับสุขภาพและผิวพรรณ ปัจจุบันนิยมนำมาใช้ 2 วิธี คือ

1. ฉีดบริเวณใบหน้า- ปกติจะเริ่มต้นที่ 5-10 ล้านเซลล์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์

2. IV เข้าทางหลอดเลือด- ปกติแพทย์จะคำนวนตามน้ำหนักตัว และอายุ (ประมาณ5-1 kg/ 1 ล้านเซลล์)

โดยสามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ REGENERATIVE MEDICINE AND STEM CELLS 

MSCs เหมาะกับใคร 

1. ผู้ที่มีสภาพผิวที่อ่อนแอผ่านการทำทรีทเมนท์มามาก เริ่มไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร ตัว MSCs จะเข้าไปฟื้นฟูผิวที่ลึกในระดับเซลล์ ส่งผลให้ผิวแข็งแรงขึ้น ตอบสนองต่อการรักษาได้ดีขึ้น

2. เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาต้องออกงานทางสังคมบ่อย และต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน 

ข้อดีของกาฉีด MSCs บริเวณใบหน้า

1. ผิวกระชับรูขุมขนเล็กลง 

2. ผิวเรียบเนียนขึ้น

3. ผิวมีความอ่อนนุ่มชุ่มชื้น ฉ่ำวาว

4. ผิวสดใสเปล่งปลั่ง ชะลออายุผิว

5. เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 3 วันแรก 

สามารถติดตามบทความสุขภาพดีๆ อีกมากมาย ได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ สาระความรู้ จาก Goodwill Clinic 

ที่มา :

LBM Stem Cell Research Unit